ฝนตกแล้วควรเปิดไฟอะไร? ถ้ารถยังวิ่งตามปกติ ให้เปิดไฟหน้า ลดความเร็ว และเว้นระยะห่างจากรถคันหน้า ไม่เปิดไฟฉุกเฉินค้างเพียงเพราะฝนตก ส่วนไฟฉุกเฉินใช้เมื่อมีเหตุฉุกเฉินที่จำเป็นต้องหยุดรถ

ขับรถกลางฝน ใช้ไฟหน้าแบบไหน?

ใช้ไฟหน้าต่ำเพื่อช่วยให้เห็นเส้นทางและให้รถคันอื่นเห็นรถเรา หลีกเลี่ยงไฟสูง และปรับที่ปัดน้ำฝนให้เหมาะกับความแรงของฝน
ไฟช่วยเรื่องการมองเห็น แต่ถนนเปียกและทัศนวิสัยที่ลดลงยังต้องอาศัยความระมัดระวัง จึงควรลดความเร็วให้เหมาะกับสภาพถนนและเว้นระยะห่างมากกว่าปกติ
ทำไมไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉินค้างขณะขับ?
ไฟฉุกเฉินอาจทำให้เพื่อนร่วมทางสับสนว่าเราจะเลี้ยว เปลี่ยนเลน หรือรถมีปัญหา ยิ่งมีรถหลายคันเปิดพร้อมกัน ก็ยิ่งกะระยะได้ยากในช่วงที่มองเห็นไม่ชัด
ดังนั้น ถ้ารถยังวิ่งตามปกติท่ามกลางฝน ให้ใช้ไฟหน้า ไม่ใช้ไฟฉุกเฉินแทนไฟส่องสว่าง

แล้วกรณีไหนควรใช้ไฟฉุกเฉิน?

  • รถจอดเสียอยู่กับที่: จอดในลักษณะที่ไม่กีดขวางการจราจร และเปิดไฟฉุกเฉินเตือนรถคันอื่น
  • จำเป็นต้องหยุดกะทันหัน: เช่น พบสิ่งกีดขวางหรืออุบัติเหตุข้างหน้า สามารถใช้ไฟฉุกเฉินเตือนรถคันหลังได้
  • ฝนหนักจนมองไม่เห็นทาง: หาที่จอดหลบอย่างปลอดภัย และเปิดไฟฉุกเฉินเมื่อจอดหลบ
คำแนะนำว่าไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉินขณะขับกลางฝน หมายถึงการเปิดค้างระหว่างวิ่งตามปกติ ไม่ได้หมายความว่าห้ามใช้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจริง

เมื่อฝนเริ่มบดบังทาง ควรทำอะไรก่อน?

  1. ลดความเร็วและเพิ่มระยะห่างจากรถคันหน้า
  2. เปิดไฟหน้าต่ำและปรับที่ปัดน้ำฝนให้เหมาะกับฝน
  3. หากฝนหนักจนมองไม่เห็นทาง ให้หาที่จอดหลบอย่างปลอดภัยและเปิดไฟฉุกเฉิน
จำให้ชัดว่า รถยังวิ่งตามปกติใช้ไฟหน้า ส่วนไฟฉุกเฉินใช้เตือนเมื่อมีเหตุจำเป็นต้องหยุดรถ การเลือกไฟให้ตรงสถานการณ์ช่วยลดความสับสนของผู้ใช้ถนนคนอื่น