เติมลมยางรถยนต์ให้เท่ากับค่าที่ผู้ผลิตรถแนะนำสำหรับรถของคุณ โดยดูจากสติกเกอร์บริเวณประตูฝั่งคนขับหรือคู่มือรถ ไม่ใช้ตัวเลขข้างยางเป็นค่าที่ต้องเติม และไม่ใช้ค่าเดียวกันกับรถทุกคัน

ต้องเติมกี่ PSI? หาคำตอบจากตรงไหน

มองหาสติกเกอร์ข้อมูลยางและแรงดันลมบริเวณขอบประตูหรือเสาประตูฝั่งคนขับ หากหาไม่พบ ให้เปิดคู่มือรถ ค่าที่แนะนำอาจแสดงเป็น PSI หรือ kPa จึงต้องดูหน่วยบนเกจให้ตรงกับหน่วยที่รถระบุ
อ่านค่าของล้อหน้าและล้อหลังแยกกัน ถ้ารถระบุไว้ต่างกัน ให้เติมตามแต่ละตำแหน่ง ไม่จำเป็นต้องเติมทั้งสี่ล้อให้เท่ากัน ส่วนยางอะไหล่ให้ใช้ค่าที่ระบุสำหรับยางอะไหล่โดยเฉพาะ

ใช้ตัวเลขข้างยางแทนได้ไหม?

ไม่ได้ใช้เป็นค่าตั้งต้นสำหรับเติมลมรถของคุณ ค่าที่ควรใช้คือคำแนะนำของผู้ผลิตรถบนสติกเกอร์หรือในคู่มือ ไม่ใช่ตัวเลขที่อยู่บนยาง

วัดลมยางตอนไหนถึงจะได้ค่าที่เหมาะสม?

ให้วัดตอนยางเย็น คำแนะนำของหน่วยงานความปลอดภัยทางถนนสหรัฐฯ หรือ NHTSA ระบุว่า รถที่ไม่ได้ขับมาอย่างน้อย 3 ชั่วโมงถือว่าอยู่ในสภาพยางเย็นสำหรับการตรวจแรงดันลม
จึงควรเลือกเวลาที่รถจอดพักแล้ว แทนการใช้ค่าที่วัดทันทีหลังขับรถเป็นค่าลมยางเย็นตามสติกเกอร์

เติมลมยางด้วยตัวเอง ต้องทำอย่างไร?

  1. อ่านค่าที่รถแนะนำก่อน ดูแรงดันลมและหน่วยของล้อหน้า ล้อหลัง และยางอะไหล่จากสติกเกอร์หรือคู่มือ
  2. ตรวจตอนยางเย็น เลือกช่วงที่รถไม่ได้ขับมาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
  3. ใช้เกจวัดทีละล้อ ตรวจทุกล้อ รวมยางอะไหล่ถ้ารถมี อย่าอาศัยการมองยางอย่างเดียว
  4. ปรับให้ตรงกับค่าของตำแหน่งนั้น หากต่ำกว่าค่าที่แนะนำ ให้เติมลม หากสูงกว่า ให้ค่อย ๆ ปล่อยลมโดยใช้เกจช่วยตรวจ
  5. วัดซ้ำหลังปรับ ตรวจทุกล้ออีกครั้งจนได้ค่าตามที่รถแนะนำ

ควรตรวจบ่อยแค่ไหน?

ตรวจแรงดันลมด้วยเกจอย่างน้อยเดือนละครั้ง รวมยางอะไหล่ถ้ามี แม้รถจะมีระบบเตือนแรงดันลมยางหรือ TPMS ก็ยังต้องตรวจตามรอบ เพราะระบบนี้เตือนเมื่อแรงดันต่ำลงมากแล้ว ไม่ได้ทดแทนการวัดลมยางเป็นประจำ
จำให้สั้นที่สุด: อ่านค่าของรถ วัดตอนยางเย็น และเติมตามตำแหน่งล้อ ไม่เดาตัวเลขจากรถคันอื่น